สำนักงานกฎหมายธนบุรี

SEARCH  
????????
????????
??????????????????????
??????????????
?????????????????
???????????????
????????? ?????????
????????????
?????????
????????????????
?????????????
??????????

 

???????? arrow ??????????????

เร่งรัดหนี้สิน?????????????? ??????????? ???????????????????????????????? PDF พิมพ์ ส่งเมล
???????????????????????????????? ???????????????????????????????? - ?????????????? ????????? ?????????
เขียนโดย Administrator   
Sunday, 17 June 2007
ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันสูงและผันผวนอยู่ตลอดทำให้ผู้ดำเนินธุรกิจพบกับปัญหาเก็บเงินค่าสินค้าหรือบริการไม่ได้ โดยปัญหาของลูกหนี้ส่วนใหญ่แยกเป็น 2 ประเภทคือประกอบธุรกิจขาดทุน หรือลูกหนี้ใช้เงินผิดประเภททำให้กระแสเงินสดติดขัดอันเป็นสาเหตุของการค้าง ชำระ ขอผัดผ่อน บ่ายเบี่ยง หลีกเลี่ยง หลบหนีในที่สุดแต่ปัญหานี้มีทางแก้ไขหากดูแลใกล้ชิด รู้ทันลูกหนี้ เร็วกว่าเจ้าหนี้อื่น ไม่ปล่อยโอกาส เกาะติด รู้ลึกรู้จริง และใช้กลยุทธ์ให้ถูกต้อง และต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายเพื่อมิให้นายจ้าง ถูกดำเนินคดีแพ่งหรือาญาภายหลัง ซึ่งที่กล่าวมาต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ทั้งในด้านการ จัดการและกฎหมายดูแลอย่างใกล้ชิดซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง ทั้ง การจ้างพนักงานประกันสังคม สวัสดิการ โบนัส การปรับขึ้นเงินเดือนทุกปี อุปกร์สำนักงาน และเพิ่มความยุ่งยากในการจัดการ การสรรหาบุคลากรเข้ามาทำงาน ซึ่งหากมีลูกหนี้ไม่มากก็ไม่คุ้มต่อการลงทุน หรือการว่าจ้างบุคคลภายนอกต้องเสียค่าใช้จ่ายก่อนโดยไม่รู้ว่างานจะสำเร็จ หรือไม่เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว สำนักงานได้จัดข้อเสนอพิเศษมายังท่านด้วยบุคคลากรที่มีความสามารถในการ จัดการและกฎหมายขั้นต่ำระดับปริญญา ซึ่งนอกจากมีความสามารถในการเจรจาแล้ว ต้องมีความรู้ด้านกฎหมาย วิธีการดำเนินคดี การบังคับคดี และสามารถอ่านงบการเงินได้เพื่อทำงานให้ท่านอย่างมีประสิทธิภาพ และสุภาพ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของท่าน โดยอัตราค่าบริการดังนี้ เร่งรัดหนี้สินอัตราค่าบริการ 5% - 20% ขี้นอยู่กับจำนวนทุนทรัพย์และความยากงายแต่ละกรณี สำนักกฎหมายธนบุรี 181/73 ซอยเอกชัย 135 ถนนเอกชัย แขวงบางบอน บางบอน กรุงเทพ 10150 โทร. 02-892-4220 โทรสาร 02-892-4092 www.thonburilaw.com Email: ส่วนงานเร่งรัดหนี้สินและบังคับคดี คุณกมล 087-0407888 โดยปัญหาของลูกหนี้ส่วนใหญ่แยกเป็น 2 ประเภทคือประกอบธุรกิจขาดทุน หรือลูกหนี้ใช้เงินผิดประเภททำให้กระแสเงินสดติดขัดอันเป็นสาเหตุของการค้าง ชำระ ขอผัดผ่อน บ่ายเบี่ยง หลีกเลี่ยง หลบหนีในที่สุดแต่ปัญหานี้มีทางแก้ไขหากดูแลใกล้ชิด รู้ทันลูกหนี้ เร็วกว่าเจ้าหนี้อื่น ไม่ปล่อยโอกาส เกาะติด รู้ลึกรู้จริง และใช้กลยุทธ์ให้ถูกต้อง และต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายเพื่อมิให้นายจ้าง ถูกดำเนินคดีแพ่งหรือาญาภายหลัง ซึ่งที่กล่าวมาต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ทั้งในด้านการ จัดการและกฎหมายดูแลอย่างใกล้ชิดซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง ทั้ง การจ้างพนักงานประกันสังคม สวัสดิการ โบนัส การปรับขึ้นเงินเดือนทุกปี อุปกร์สำนักงาน และเพิ่มความยุ่งยากในการจัดการ การสรรหาบุคลากรเข้ามาทำงาน ซึ่งหากมีลูกหนี้ไม่มากก็ไม่คุ้มต่อการลงทุน หรือการว่าจ้างบุคคลภายนอกต้องเสียค่าใช้จ่ายก่อนโดยไม่รู้ว่างานจะสำเร็จ หรือไม่เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว สำนักงานได้จัดข้อเสนอพิเศษมายังท่านด้วยบุคคลากรที่มีความสามารถในการ จัดการและกฎหมายขั้นต่ำระดับปริญญา ซึ่งนอกจากมีความสามารถในการเจรจาแล้ว ต้องมีความรู้ด้านกฎหมาย วิธีการดำเนินคดี การบังคับคดี และสามารถอ่านงบการเงินได้เพื่อทำงานให้ท่านอย่างมีประสิทธิภาพ และสุภาพ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของท่าน โดยอัตราค่าบริการดังนี้ เร่งรัดหนี้สินอัตราค่าบริการ 5% - 20% ขี้นอยู่กับจำนวนทุนทรัพย์และความยากงายแต่ละกรณี สำนักกฎหมายธนบุรี 181/73 ซอยเอกชัย 135 ถนนเอกชัย แขวงบางบอน บางบอน กรุงเทพ 10150 โทร. 02-892-4220 โทรสาร 02-892-4092 www.thonburilaw.com Email: ส่วนงานเร่งรัดหนี้สินและบังคับคดี คุณกมล 087-0407888 เร่งรัดหนี้สิน(เร่งรัดหนี้) ก่อน อื่นเราต้องรู้ก่อนว่าเร่งรัดหนี้สิน(เร่งรัดหนี้)คืออะไร ทำไมถึงต้องใช้คำว่าเร่งรัด ไม่ใช้คำว่าทวงหนี้ หรือตามหนี้ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หนี้สิน หมายถึง เงินที่ผู้หนึ่งติดค้างอยู่จะต้องชำระกับอีกผู้หนึ่ง เร่งรัด หมายถึง อย่างกวดขัน (กริยา) ทวง หมายถึง เรียกเอาสิ่งที่เป็นของตนหรือที่ค้างกลับคืน ตาม หมายถึง ค้นหาสิ่งที่หาย ซึ่ง หากเข้าใจความหมายแล้ว เร่งรัดหนี้สินแปลว่าอย่างกวดขัน ซึ่งเป็นกริยา แสดงความตั้งใจให้ได้ ด้วยความรวดเร็ว มีการดูและเอาใจใส่มากกว่าปกติเพื่อให้ได้ชำระหนี้ จึงเป็นคำที่เหมาะสมมากกว่าสำหรับเจ้าหนี้ที่ต้องการจะได้รับชำระหนี้โดย เร็ว ดังนั้น หากที่ใดมิได้เอาใจใส่อย่างใกล้ชิดแต่เป็นการติดตามปกติ จึงควรเรียกว่าการ ทวงหนี้มากกว่า เราจะได้ใช้คำให้ถูกต้อง หนี้สินกับหนี้เสีย หนี้สินเกิดขึ้นได้อย่างไร จะได้ป้องกันก่อนจะเกิดหนี้เสีย จาก ความหมายหนี้สิน ต้องเป็นหนี้ที่อยู่ในรูปของเงินเท่านั้น เช่นหนี้การค้า หนี้กู้ยืม จากการผิดสัญญา หนี้เกิดจากการละเมิดแล้วมีคำพิพากษา เป็นต้น ซึ่งหนี้ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นหนี้จากการค้าขาย และหนี้กู้ยืม ที่ลูกหนี้เริ่มจากการชำระไม่ตรงกำหนดซึ่งเป็นรางบอกเหตุของการเงินลูกหนี้ ไม่ปกติ หนี้ การค้า เกิดจากการขายสินค้าเงินเชื่อ หรือการให้เครดิตกับผู้ซื้อลูกหนี้ที่มีปัญหามาจากลูกค้าปกติที่นำเงินไปใช้ นอกระบบ หรือการบริหารไม่ดีพอหากวิเคาะห์ การนำเงินไปใช้นอกระบบ สภาพกิจการ ปกติกิจการสามารถดำรงอยู่ได้ ผู้ บริหาร มีความสามารถในการทำงานแต่ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจ นำเงินไปซื้อของส่วนตัว ท่องเที่ยว หรือที่ร้ายที่สุดคือการนำเงินไปเล่นการพนัน การบริหารไม่ดีพอ สภาพกิจการ ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ผู้บริหาร มีวินัยแต่ขาดความสามรถ แบบผสม การบริหารไม่ดี และนำเงินไปใช้นอกระบบ สภาพกิจการ ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ผู้บริหาร ไม่มีวินัยและขาดความสามารถ ถาม ว่าอย่างไหนดี ก็ต้องตอบว่าไม่มีอย่างไหนดี หากเราต้องการป้องกันไม่ให้เกิดหนี้เสียลูกค้า 3 จำพวกนี้ไม่ควรมีเสียเลย เราจะดูตรงไหนว่าอะไรเป็นอะไร หากเป็นบริษัทให้ดูที่งบการเงิน หากเป็นบุคคลให้ดูที่สภาพกิจการ บางท่านอาจถามว่างบการเงินเขาแต่งกันเยอะไป ดูได้แต่อย่าให้ถูกหลอก ดูว่าอันไหนจริงอันไหนแต่งขึ้น และที่แน่ๆ หากไม่ส่งงบการเงินหรืองบที่โชว์อยู่แย่มากๆ ก็ระวังไว้เลย แต่ถ้ามีทรัพย์สินมาก รายรับดี มีกำไร ก็เบาใจได้มาก หากบางท่านบอกว่าเลือกไม่ได้ใครซื้อก็ต้องขาย อย่างนั้นก็ต้องระวังมากหน่อยเพื่อจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมากภายหลัง ตัวอย่าง ที่ดีที่สุดก็ต้องยกให้ธนคารเขาหละ บริหารความเสียงดีสุด เช่น หากคุณจะกู้เงินเขาต้องมีหลักประกัน ซึ่งการกู้ก็จะได้ร้อยละ 70-80 ของราคาประเมิณ ดอกเบี้ยขึ้นได้ลงได้ตามตลาด โครงการมีความเป็นไปได้หรือไม่ กระแสเงินสดที่ผ่านมาเป็นอย่างไร น่าจะมีเงินชำระหนี้หรือไม่ หากประเมิณลูกหนี้ผิด ลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ก็มีหลักประกันให้ยึดต้องนับว่าเป็นธุรกิจในฝันหากทำได้ อย่างนี้ก็ต้องยกนิ้วให้ แต่ บริษัทเล็กๆจะทำอย่างไร ตอบง่ายๆว่าเหมือนกันครับ ถ้ามีอำนาจต่อรอง ก็ขอหลักประกัน ตรวจสอบผลประกอบการ กระแสเงินในธุรกิจ กำหนดวงเงินเครคิตอย่างเหมาะสม มีการติดตามผลการดำเนินการของลูกค้าหากไม่ดีก็ลดวงเงินเครดิต ถ้าไม่สามารถขอหลักประกัน ก็ควรดูสถานะการเงินและลักษณะธุรกิจ เพื่อให้ได้ความเสี่ยงน้อยที่สุด เมื่อเราเข้าใจความหมายแล้วมาดูกันว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง แล้วจะเริ่มเร่งรัดหนี้สิน(เร่งรัดหนี้)กันอย่างไร 1.เจ้าหนี้ คือ บุคคลซึ่งมีมูลหนี้เหนือบุคคลอีกคนหนึ่งซึ่งเรียกว่าลูกหนี้ และมีสิทธิที่จะเรียกให้ลูกหนี้ชําระหนี้ได้. 2.ลูกหนี้ คือ บุคคลผู้มีหนี้กับบุคคล อีกคนหนึ่งซึ่งเรียกว่า เจ้าหนี้ 3.ผู้เร่งรัดหนี้ คือบุคคลผู้ทำหน้าหน้าที่ติดตาม ทวง หนี้สินอย่างกวดขัน หาก ถามว่าเมื่อมีหนี้เสียขึ้นมาแล้วส่วนผู้เร่งรัดหนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญใน การเร่งรัดให้ได้รับชำระหนี้ เนื่องด้วยประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่เป็นหัวใจสำคัญในการเจรจาให้ได้ข้อยุติ ที่รับกันได้ทั้งสองฝ่าย เพราะหากเกินกำลังลูกหนี้ก็จะมีปัญหาวนกลับมาอีกรอบ แต่หากได้รับชำระหนี้น้อยเจ้าหนี้ก็เสียผลประโยชน์อย่างมาก และนอกจากความรู้แล้ว ต้องสุภาพน่าเชื่อถือ เพื่อให้เป็นที่วางใจของเจ้าหนี้และลูกหนี้เอง การติดตามหนี้สินในบริษัทส่วนใหญ่ เริ่มจาก 1.พนักงานวางบิล รับเช็ค 2.พนักงานบัญชีติดตามลูกหนี้ ไม่จ่ายเช็๋ค หรือเช็คไม่สามารถขึ้นเงินได้ 3.พนักงานขายติดตามลูกหนี้ หรือพนักงานสินเชื่อหากมี 4.เจ้าหน้าที่เร่งรัดหนี้สิน(เร่งรัดหนี้) 5.ฝ่ายกฎหมายหรือทนายความทวงถาม เร่งรัดหนี้สิน(เร่งรัดหนี้) 6.ทนายความรับช่วงดำเนินคดีดำเนินคดี 7.ฝ่ายกฎหมายสืบจับ สืบทรัพย์บังคับคดี บริษัท บางแห่งจะมีเจ้าหน้าที่บัญชีคอยตามเท่านั้น ซึ่งโดยสภาพแล้วพนักงานในบริษัทก็จะมีงานหลักของตนเองอยู่ซึ่งก็สาหัสสากัน ก็คิดจะลาออกอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเพิ่มงานเงินเดือนไม่ขึ้นก็จบกัน บางแห่งอย่าว่าแต่หนี้เสียเลย หนี้ปกติก็ทำงานกันไม่ทันแล้ว จึงควรจ้างพนักงานเร่งรัดหนี้สิน(เร่งรัดหนี้)เพิ่มเพื่อมาดูแลโดยเฉพาะอาจ จะเพิ่มบัญชี หรือกฎหมายก็ได้ ถ้าคิดว่าไม่คุ้มก็จ้างบุคคลภายนอกรับช่วงต่อไปก็แล้วแต่ขนาดกิจการหรือ เงื่อนไขในการบริหาร โดยอาจจ้างเป็นรายเดือน หรือรายลูกหนี้มาทำการเร่งรัดหนี้สิน(เร่งรัดหนี้)เนื่องจากที่กล่าวตอนต้น ว่าส่วนหนี้เสียนี้ควรจะมีผู้ดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดจะดีกว่า วิธีการเร่งรัดหนี้สิน(เร่งรัดหนี้) 1.โทรศัพท์ติดตาม 2.ส่งจดหมายเร่งรัดหนี้ 3.ส่งบุคคลเข้าไปเร่งรัดหนี้สิน(เร่งรัดหนี้) ซึ่งเป็นวิธีการทั่วไปใช้กันแต่ต่างกันตรงวิธีคิด และการเอาใจใส่ลูกหนี้ รวมถลยุทธ์และคุณภาพของเจ้าหน้าที่ ตัวอย่าง 1.จัดแยกประเภทของลูกหนี้ ปกติ หนี้เสีย สงสัญจะสูญ สูญ 2.รวบรวมข้อมูลของลูกหนี้ ประวัติการค้างชำระหนี้ การสั่งซื้อ วิเคารห์สถานะการเงินของลูกหนี้ 3.เลือกวิธีการเร่งรัดหนี้สิน(เร่งรัดหนี้)ให้เหมาะสมโทรศัพท์ ส่งจดหมายเร่งรัด ส่งบุคคลออกเจรจา 4.เลือกบุคคลให้เหมาะสม สุภาพ มีความรู้ มีความคิด มีทักษะในการเจรจาต่อรอง 5.เลือกวิธีการ ไม้ออ่น ไม้แข็ง ผลประโยชน์ร่วม รวดเร็วกว่าเจ้าหนี้อื่น 6.เลือกเงื่อนไขวิธีการเร่งรัดหนี้สิน(เร่งรัดหนี้) หาหลักประกัน ให้ระยะเวลาคิดดอกเบี้ยชำระก้อนเดียว ให้ระยะเวลาไม่คิดดอกเบี้ยชำระก้อนเดียว ลดยอดหนี้ชำระก้อนเดียว ลดยอดหนี้ผ่อนชำระผิดนัดคิดยอดหนี้เดิม คิดดอกเบี้ย ผ่อนชำระหนี้ ไม่คิดดอกเบี้ยผ่อนชำระหนี้ ผ่อนชำระต้นเบาปลายหนัก ปรับจำนวนผ่อนตามระยะ ส่วน การเลือกกลยุทธ์นั้นต้องอาศัยประสบการณ์และการวิเคราะห์ลูกหนี้ ซึ่งเป็นความสามารถส่วนบุคคลจะเขียนเพิ่มเป็นรายกรณีไป แต่สำหรับผู้ที่เลือกการเร่งรัดหนี้สิน หรือการทวงหนี้แบบผิดกฎหมาย ถึงแม้จะมีโอกาสสูงในการได้รับชำระหนี้แต่ความผิดทางอาญาก็มีต้องพิจารณาให้ มากๆในการเลือกวิธี พร้อมสำนักงานได้นำตัวอย่างในการเร่งรัดหนี้สินที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือ พิมพ์จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐมาติดไว้คอยเตือนครับ
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Sunday, 19 February 2012 )

© 2004 All Rights Reserved สำนักงานกฎหมายธนบุรี